ศ.เพื่อนคิดและสื่อการสอน
 เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก  |  
 ตะกร้าสินค้า (0)
ค้นหาสินค้าในเว็บ
ประเภทสินค้า
สินค้าแนะนำ
สินค้ายอดนิยม
สินค้ามาใหม่ล่าสุด

ตัวอย่างเนื้อหาที่อยู่ในแผนซีดีแผน

 

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  2551 

 

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 

 

ทำไมต้องเรียนคณิตศาสตร์ 

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์   คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่น ๆ  คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

 

เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์ 

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ตามศักยภาพ โดยกำหนดสาระหลักที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนทุกคนดังนี้

  • ·  จำนวนและการดำเนินการ: ความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจำนวน ระบบจำนวนจริง สมบัติเกี่ยวกับจำนวนจริง การดำเนินการของจำนวน อัตราส่วน ร้อยละ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำนวน และการใช้จำนวนในชีวิตจริง
  • ·  การวัด: ความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตรและความจุ เงินและเวลา หน่วยวัดระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด อัตราส่วนตรีโกณมิติ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด และการนำความรู้เกี่ยวกับการวัดไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
  • ·  เรขาคณิต: รูปเรขาคณิตและสมบัติของรูปเรขาคณิตหนึ่งมิติ สองมิติ และสามมิติ การนึกภาพ แบบจำลองทางเรขาคณิต  ทฤษฎีบททางเรขาคณิต  การแปลงทางเรขาคณิต (geometric transformation)ในเรื่องการเลื่อนขนาน (translation) การสะท้อน (reflection) และการหมุน (rotation)
  • ·  พีชคณิต: แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน เซตและการดำเนินการของเซต การให้เหตุผล นิพจน์ สมการ ระบบสมการ อสมการ กราฟ ลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต อนุกรมเลขคณิต และอนุกรมเรขาคณิต
  • ·  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น: การกำหนดประเด็น การเขียนข้อคำถาม การกำหนดวิธีการศึกษา การเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดระบบข้อมูล การนำเสนอข้อมูล  ค่ากลางและการกระจายของข้อมูล  การวิเคราะห์และการแปลความข้อมูล การสำรวจความคิดเห็น ความน่าจะเป็น   การใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ และช่วยในการตัดสินใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • ·  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่นๆ  และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 

สาระที่ ๑  จำนวนและการดำเนินการ 

มาตรฐาน  ค ๑.๑     เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง

มาตรฐาน  ค ๑.๒    เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่าง

    การดำเนินการต่าง ๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหา                     

มาตรฐาน  ค ๑.๓    ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหา

มาตรฐาน ค ๑.๔    เข้าใจระบบจำนวนและนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้

สาระที่ ๒  การวัด 

มาตรฐาน  ค ๒.๑    เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด

มาตรฐาน  ค ๒.๒    แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด

สาระที่ ๓  เรขาคณิต

มาตรฐาน ค ๓.๑    อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ

มาตรฐาน ค ๓.๒   ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)     

และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา

สาระที่ ๔  พีชคณิต 

มาตรฐาน  ค ๔.๑     เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชัน

มาตรฐาน ค ๔.๒   ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical  model)  อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ  ตลอดจนแปลความหมาย และนำไปใช้แก้ปัญหา 

สาระที่ ๕  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น 

มาตรฐาน ค ๕.๑    เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

มาตรฐาน ค ๕.๒   ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้            

อย่างสมเหตุสมผล

มาตรฐาน ค ๕.๓   ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา

สาระที่ ๖  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ 

มาตรฐาน ค ๖.๑  มีความสามารถในการแก้ปัญหา  การให้เหตุผล   การสื่อสาร  การสื่อความหมายทาง

                            คณิตศาสตร์และการนำเสนอ  การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และ

                            เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ  และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

หมายเหตุ    ๑.    การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพนั้น จะต้องให้มีความสมดุลระหว่างสาระด้านความรู้  ทักษะและกระบวนการ ควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ได้แก่  การทำงานอย่างมีระบบ       มีระเบียบ  มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ  มีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์

๒.  ในการวัดและประเมินผลด้านทักษะและกระบวนการ สามารถประเมินในระหว่าง        

          การเรียนการสอน  หรือประเมินไปพร้อมกับการประเมินด้านความรู้

 

คุณภาพผู้เรียน

 

จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓

  • มีความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับจำนวนนับไม่เกินหนึ่งแสนและศูนย์   และการดำเนินการของจำนวน สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหาร พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว ระยะทาง น้ำหนัก ปริมาตร ความจุ เวลาและเงิน สามารถวัดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  และนำความรู้เกี่ยวกับการวัดไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก    ทรงกลม ทรงกระบอก รวมทั้ง จุด ส่วนของเส้นตรง รังสี เส้นตรง และมุม
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแบบรูป และอธิบายความสัมพันธ์ได้
    • รวบรวมข้อมูล และจำแนกข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน และอภิปรายประเด็นต่าง ๆ จากแผนภูมิรูปภาพและแผนภูมิแท่งได้
    • ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา  ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้อง  เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 

จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

  • มีความรู้ความเข้าใจและความรู้สึกเชิงจำนวนเกี่ยวกับจำนวนนับและศูนย์ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง ร้อยละ การดำเนินการของจำนวน สมบัติเกี่ยวกับจำนวน สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนนับ เศษส่วน ทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง และร้อยละ พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้ สามารถหาค่าประมาณของจำนวนนับและทศนิยมไม่เกินสามตำแหน่งได้
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว ระยะทาง น้ำหนัก พื้นที่ ปริมาตร ความจุ เวลา เงิน ทิศ แผนผัง และขนาดของมุม  สามารถวัดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม และนำความรู้เกี่ยวกับการวัดไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะและสมบัติของรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม     ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  ทรงกระบอก  กรวย  ปริซึม  พีระมิด  มุม และเส้นขนาน
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแบบรูปและอธิบายความสัมพันธ์ได้ แก้ปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป สามารถวิเคราะห์สถานการณ์หรือปัญหาพร้อมทั้งเขียนให้อยู่ในรูปของสมการเชิงเส้นที่มีตัวไม่ทราบค่าหนึ่งตัวและแก้สมการนั้นได้
  • รวบรวมข้อมูล  อภิปรายประเด็นต่าง ๆ จากแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ แผนภูมิรูปวงกลม กราฟเส้น และตาราง  และนำเสนอข้อมูลในรูปของแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ และกราฟเส้น ใช้ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นเบื้องต้นในการคาดคะเนการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้
  • ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา  ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม  ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ  และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

  • มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับจำนวนจริง มีความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราส่วน สัดส่วน ร้อยละ เลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม รากที่สองและรากที่สามของจำนวนจริง สามารถดำเนินการเกี่ยวกับจำนวนเต็ม เศษส่วน ทศนิยม เลขยกกำลัง รากที่สองและรากที่สามของจำนวนจริง ใช้การประมาณค่าในการดำเนินการและแก้ปัญหา และนำความรู้เกี่ยวกับจำนวนไปใช้ในชีวิตจริงได้
  • มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ผิวของปริซึม ทรงกระบอก และปริมาตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม เลือกใช้หน่วยการวัดในระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับความยาว พื้นที่ และปริมาตรได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการวัดไปใช้ในชีวิตจริงได้
  • สามารถสร้างและอธิบายขั้นตอนการสร้างรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้วงเวียนและสันตรง อธิบายลักษณะและสมบัติของรูปเรขาคณิตสามมิติซึ่งได้แก่ ปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได้
  • มีความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของความเท่ากันทุกประการและความคล้ายของรูปสามเหลี่ยม เส้นขนาน ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ และสามารถนำสมบัติเหล่านั้นไปใช้ในการให้เหตุผลและแก้ปัญหาได้ มีความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิต(geometric transformation)ในเรื่องการเลื่อนขนาน(translation) การสะท้อน (reflection) และการหมุน (rotation)  และนำไปใช้ได้
  • สามารถนึกภาพและอธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
  • สามารถวิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของแบบรูป สถานการณ์หรือปัญหา และสามารถใช้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว  ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และกราฟในการแก้ปัญหาได้
  • สามารถกำหนดประเด็น เขียนข้อคำถามเกี่ยวกับปัญหาหรือสถานการณ์ กำหนดวิธีการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปวงกลม หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสมได้
  • เข้าใจค่ากลางของข้อมูลในเรื่องค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ยังไม่ได้แจกแจงความถี่ และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งใช้ความรู้ในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารทางสถิติ
  • เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม เหตุการณ์ และความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ สามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์และประกอบการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  • ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา  ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม  ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย  และการนำเสนอ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน  เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์  และนำความรู้  หลักการ  กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ   และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

  • มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับระบบจำนวนจริง  ค่าสัมบูรณ์ของจำนวนจริง จำนวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์ และจำนวนจริงที่อยู่ในรูปเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนตรรกยะ  หาค่าประมาณของจำนวนจริงที่อยู่ในรูปกรณฑ์ และจำนวนจริงที่อยู่ในรูปเลขยกกำลังโดยใช้วิธีการคำนวณที่เหมาะสมและสามารถนำสมบัติของจำนวนจริงไปใช้ได้
  • นำความรู้เรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติไปใช้คาดคะเนระยะทาง ความสูง และแก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้
  • มีความคิดรวบยอดในเรื่องเซต การดำเนินการของเซต และใช้ความรู้เกี่ยวกับแผนภาพเวนน์-ออยเลอร์แสดงเซตไปใช้แก้ปัญหา และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการให้เหตุผล
  • เข้าใจและสามารถใช้การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัยได้
  • มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความสัมพันธ์และฟังก์ชัน สามารถใช้ความสัมพันธ์และฟังก์ชันแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  • เข้าใจความหมายของลำดับเลขคณิต ลำดับเรขาคณิต และสามารถหาพจน์ทั่วไปได้ เข้าใจความหมายของผลบวกของ n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิต อนุกรมเรขาคณิต และหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิต และอนุกรมเรขาคณิตโดยใช้สูตรและนำไปใช้ได้
  • รู้และเข้าใจการแก้สมการ และอสมการตัวแปรเดียวดีกรีไม่เกินสอง รวมทั้งใช้กราฟของสมการ อสมการ หรือฟังก์ชันในการแก้ปัญหา
  • เข้าใจวิธีการสำรวจความคิดเห็นอย่างง่าย เลือกใช้ค่ากลางได้เหมาะสมกับข้อมูลและวัตถุประสงค์ สามารถหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน ฐานนิยม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปอร์เซ็นไทล์ของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และนำผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลไปช่วยในการตัดสินใจ
  • เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ม เหตุการณ์ และความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ สามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ ประกอบการตัดสินใจ และแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  • ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา  ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม  ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม  ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย  และการนำเสนอ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน  เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์  และนำความรู้  หลักการ  กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ   และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่ ๑  จำนวนและการดำเนินการ 

มาตรฐาน ค ๑.๑   เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนในชีวิตจริง

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง 

ป.๒

๑.  เขียนและอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก

     ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงปริมาณของสิ่งของหรือจำนวนนับที่ไม่เกินหนึ่งพัน และศูนย์

 

  • การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก   ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน
  • การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิกและตัวเลขไทย
  • การนับเพิ่มทีละ ๕  ทีละ ๑๐  และทีละ ๑๐๐
  • การนับลดทีละ ๒  ทีละ ๑๐  และทีละ ๑๐๐
  • จำนวนคู่  จำนวนคี่

๒.  เปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับไม่เกินหนึ่งพันและศูนย์

 

  • หลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก  และการใช้  ๐ เพื่อยึดตำแหน่งของหลัก
  • การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย
  • การเปรียบเทียบจำนวนและการใช้เครื่องหมาย  =   ¹   >   <
  • การเรียงลำดับจำนวนไม่เกินห้าจำนวน

 

 

สาระที่ ๑  จำนวนและการดำเนินการ 

มาตรฐาน ค ๑.๒    เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่าง     การดำเนินการต่าง ๆ  และใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหา

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง 

ป.๒

๑.  บวก  ลบ  คูณ  หาร  และบวก ลบ คูณ หาร

      ระคนของจำนวนนับไม่เกินหนึ่งพันและศูนย์ พร้อมทั้งตระหนักถึงความ

     สมเหตุสมผลของคำตอบ

  • การบวก  การลบ
  • ความหมายของการคูณ  และการใช้เครื่องหมาย  ´
  • การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนไม่เกินสองหลัก
  • ความหมายของการหาร และการใช้เครื่องหมาย  ¸
  • การหารที่ตัวหารและผลหารมีหนึ่งหลัก
  • การบวก  ลบ  คูณ  หารระคน

๒.  วิเคราะห์และหาคำตอบของโจทย์ปัญหาและโจทย์ปัญหาระคนของจำนวนนับไม่เกินหนึ่งพันและศูนย์พร้อมทั้งตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ

  • โจทย์ปัญหาการบวก  การลบ  การคูณ  การหาร
  • โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน      
  • การสร้างโจทย์ปัญหาการบวก การลบ  การคูณ  การหาร

 

สาระที่ ๒  การวัด 

มาตรฐาน ค ๒.๑  เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัด

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง 

ป.๒

๑.  บอกความยาวเป็นเมตร  และเซนติเมตร

     และเปรียบเทียบความยาวในหน่วย

     เดียวกัน

  • การวัดความยาว (เมตร เซนติเมตร)
  • การเปรียบเทียบความยาว (หน่วยเดียวกัน)

๒.  บอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด  และ

     เปรียบเทียบน้ำหนักในหน่วยเดียวกัน

  • การชั่งน้ำหนัก (กิโลกรัม  ขีด)
  • การเปรียบเทียบน้ำหนัก  (หน่วยเดียวกัน)

๓.  บอกปริมาตรและความจุเป็นลิตร  และ

     เปรียบเทียบปริมาตรและความจุ

  • การตวง (ลิตร)
  • การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ (ลิตร)

 

 

๔. บอกจำนวนเงินทั้งหมดจากเงินเหรียญ   

    และธนบัตร

  • ชนิดและค่าของเงินเหรียญและธนบัตร
  • การเปรียบเทียบค่าของเงินเหรียญและธนบัตร
  • การบอกจำนวนเงินทั้งหมด (บาท สตางค์)

๕.  บอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา (ช่วง ๕ นาที)

  • การบอกเวลาเป็นนาฬิกากับนาที         (ช่วง ๕ นาที)

๖.  บอกวัน  เดือน  ปี  จากปฏิทิน

  • การอ่านปฏิทิน  เดือนและอันดับที่ของเดือน

 

 

 

 

 

สาระที่ ๒  การวัด 

มาตรฐาน ค ๒.๒   แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด 

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง 

ป.๒

๑.  แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว  

     การชั่ง  การตวง  และเงิน

  • โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการวัดความยาว 

     (บวก  ลบ)

  • โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการชั่ง  (บวก  ลบ)
  • โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการตวง (บวก  ลบ

     คูณ  หาร)

  • โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงิน  (บวก  ลบ 

     หน่วยเป็นบาท)

 

สาระที่ ๓  เรขาคณิต

มาตรฐาน ค ๓.๑   อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ 

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง 

ป.๒

๑.  บอกชนิดของรูปเรขาคณิตสองมิติว่า

     เป็นรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม

     รูปวงกลม หรือรูปวงรี

  • รูปสามเหลี่ยม  รูปสี่เหลี่ยม  รูปวงกลม     รูปวงรี

๒.  บอกชนิดของรูปเรขาคณิตสามมิติว่า

     เป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  ทรงกลม  

     หรือทรงกระบอก

  • ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  ทรงกลม  ทรงกระบอก

๓.  จำแนกระหว่างรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก

      กับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  และรูป

     วงกลมกับทรงกลม

  • รูปเรขาคณิตสองมิติกับรูปเรขาคณิตสามมิติ

 

 

 

 

 

 

 

 

สาระที่ ๓   เรขาคณิต

มาตรฐาน ค ๓.๒  ใช้การนึกภาพ (visualization)  ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning)  

  และใช้แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหา

ชั้น 

ตัวชี้วัด 

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒

๑.  เขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบ

     ของรูปเรขาคณิต

  • การเขียนรูปสามเหลี่ยม  รูปสี่เหลี่ยม        รูปวงกลม และรูปวงรีโดยใช้แบบของรูป

 

สาระที่ ๔ พีชคณิต

มาตรฐาน ค ๔.๑   เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป (pattern)  ความสัมพันธ์  และฟังก์ชัน

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒

๑.  บอกจำนวนและความสัมพันธ์ใน  

     แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๕    

     ทีละ ๑๐   ทีละ ๑๐๐  และลดลง

     ทีละ ๒ ทีละ ๑๐  ทีละ ๑๐๐

  • แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ ๕

    ทีละ ๑๐ ทีละ ๑๐๐

  • แบบรูปของจำนวนที่ลดลงทีละ ๒ 

    ทีละ ๑๐  ทีละ ๑๐๐

๒.  บอกรูปและความสัมพันธ์ในแบบรูป

     ของรูปที่มีรูปร่าง  ขนาด  หรือสีที่

     สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง

  • แบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง  ขนาด  หรือสีที่สัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

 

 

สาระที่ ๔    พีชคณิต

มาตรฐาน ค ๔.๒  ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์  (mathematical  model)

    อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหา

ป.๒

สาระที่ ๕   การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

มาตรฐาน ค ๕.๑   เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒

 

 

 

สาระที่ ๕   การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

มาตรฐาน ค ๕.๒  ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้

  อย่างสมเหตุสมผล

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒

สาระที่ ๕ :  การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น

มาตรฐาน ค ๕.๓ :  ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหา

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๒

สาระที่ ๖  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

มาตรฐาน ค  ๖.๑   มีความสามารถในการแก้ปัญหา  การให้เหตุผล  การสื่อสาร  การสื่อความหมาย

ทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ   และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑ – ๓

๑. ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา

๒. ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

๓. ให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม

๔. ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร  การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้อง

๕. เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ

๖. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

-

 

 

 

อภิธานศัพท์

 

การดำเนินการ  (operation)

การดำเนินการในที่นี้จะหมายถึงการดำเนินการของจำนวนและการดำเนินการของเซต  ซึ่งการดำเนินการของจำนวนในที่นี้ได้แก่  การบวก  การลบ  การคูณ  การหาร  การยกกำลัง และการถอดรากของจำนวนที่กำหนด   การดำเนินการของเซตในที่นี้ได้แก่  ยูเนียน  อินเตอร์เซกชัน  และคอมพลีเมนต์ของเซต

การตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ (awareness of  reasonableness of answer)

                การตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ เป็นการสำนึก เฉลียวใจ หรือฉุกคิดว่าคำตอบที่ได้มานั้นน่าจะถูกต้องหรือไม่  เป็นคำตอบที่เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้  หรือเป็นคำตอบที่ควรตอบหรือไม่ เช่น  นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า    เท่ากับ   แสดงว่านักเรียนคนนี้ไม่ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบ เพราะไม่ฉุกคิดว่าเมื่อมีอยู่แล้วครึ่งหนึ่ง การเพิ่มจำนวนที่เป็นบวกเข้าไป ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาต้องมากกว่าครึ่ง  แต่คำตอบที่ได้  นั้นน้อยกว่าครึ่ง ดังนั้นคำตอบที่ได้ไม่น่าจะถูกต้อง  สมควรที่จะต้องคิดหาคำตอบใหม่ 

                ผู้ที่มีความรู้สึกเชิงจำนวนดีจะเป็นผู้ที่ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้จากการคำนวณหรือการแก้ปัญหาได้ดี  การประมาณค่าเป็นวิธีหนึ่งที่อาจช่วยให้พิจารณาได้ว่าคำตอบที่ได้สมเหตุสมผลหรือไม่         

การนึกภาพ  (visualization)

การนึกภาพเป็นการนึกถึงหรือวิเคราะห์ภาพหรือรูปเรขาคณิตต่าง ๆ ในจินตนาการเพื่อคิดหาคำตอบ  หรือกระบวนการที่จะได้ภาพหรือเกิดภาพที่ปรากฏ  เช่น 



 

 

 

 

 

 

เมื่อต้องการหาปริมาตรและพื้นที่ผิวของปริซึมในรูป ก  ถ้าสามารถใช้การนึกภาพได้ว่าปริซึมดังกล่าวประกอบด้วยปริซึม ๒ แท่งดังรูป ข  หรือ รูป ค   ก็อาจทำให้หาปริมาตรและพื้นที่ผิวของปริซึมในรูป ก  ได้ง่ายขึ้น

 

การประมาณ (approximation)

                การประมาณเป็นการหาค่าซึ่งไม่ใช่ค่าที่แท้จริง แต่เป็นการหาค่าที่มีความละเอียดเพียงพอที่จะนำไปใช้ เช่น ประมาณ ๒๕.๒๐ เป็น ๒๕ หรือประมาณ ๑๗๘ เป็น ๑๘๐  หรือประมาณ ๑๘.๔๕ เป็น ๒๐ เพื่อสะดวกในการคำนวณ  ค่าที่ได้จากการประมาณ เรียกว่า ค่าประมาณ

การประมาณค่า (estimation)

                การประมาณค่าเป็นการคำนวณหาผลลัพธ์โดยประมาณ ด้วยการประมาณแต่ละจำนวนที่เกี่ยวข้องก่อนแล้วจึงนำมาคำนวณหาผลลัพธ์  การประมาณแต่ละจำนวนที่จะนำมาคำนวณอาจใช้หลักการปัดเศษหรือไม่ใช้ก็ได้  ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ 

การแปลงทางเรขาคณิต (geometric transformation)

การแปลงทางเรขาคณิตในที่นี้เน้นเฉพาะการเปลี่ยนตำแหน่งของรูปเรขาคณิตที่ลักษณะและขนาดของรูปยังคงเดิม  ซึ่งเป็นผลจากการเลื่อนขนาน (translation)  การสะท้อน (reflection)  หรือการหมุน (rotation) โดยไม่กล่าวถึงสมการหรือสูตรที่แสดงความสัมพันธ์ในการแปลงนั้น

การสืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์เกี่ยวกับสมบัติทางเรขาคณิต

                การสืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง ในที่นี้ใช้สมบัติทางเรขาคณิตเป็นสื่อในการเรียนรู้  ผู้สอนควรกำหนดกิจกรรมทางเรขาคณิตที่ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้พื้นฐานเดิมที่เคยเรียนมาเป็นฐานในการต่อยอดความรู้  ด้วยการ สำรวจ  สังเกต  หาแบบรูป และสร้างข้อความคาดการณ์ที่อาจเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามผู้สอนต้องให้ผู้เรียนตรวจสอบว่าข้อความคาดการณ์นั้นถูกต้องหรือไม่  โดยอาจค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมว่าข้อความคาดการณ์นั้นสอดคล้องกับสมบัติทางเรขาคณิตหรือทฤษฎีบททางเรขาคณิตใดหรือไม่ ในการประเมินผลสามารถพิจารณาได้จากการทำกิจกรรมของผู้เรียน

ความรู้สึกเชิงจำนวน (number sense)

ความรู้สึกเชิงจำนวนเป็นสามัญสำนึกและความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนที่อาจพิจารณาในด้าน ต่าง ๆ เช่น

  • เข้าใจความหมายของจำนวนที่ใช้บอกปริมาณ  (เช่น  ดินสอ ๕ แท่ง)  และใช้บอกอันดับที่  (เช่น วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่ ๕)
  • เข้าใจความสัมพันธ์ที่หลากหลายของจำนวนใด ๆ กับจำนวนอื่น ๆ เช่น  ๘  มากกว่า  ๗  อยู่  ๑   แต่น้อยกว่า ๑๐  อยู่ ๒
  • เข้าใจเกี่ยวกับขนาดของจำนวนใด ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนอื่น  เช่น  ๘  ใกล้เคียงกับ ๔    แต่   ๘ น้อยกว่า  ๑๐๐  มาก
  • เข้าใจผลที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินการของจำนวน  เช่น  คำตอบของ ๖๕ + ๔๒ ควรมากกว่า ๑๐๐  เพราะว่า  ๖๕ > ๖๐,  ๔๒ > ๔๐   และ  ๖๐ + ๔๐ = ๑๐๐
  • ใช้เกณฑ์จากประสบการณ์ในการเทียบเคียงถึงความสมเหตุสมผลของจำนวน  เช่น  การรายงานว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ คนหนึ่งสูง  ๒๕๐  เซนติเมตรนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้

ความรู้สึกเชิงจำนวนสามารถพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนได้  โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมซึ่งรวมไปถึงการคิดในใจและการประมาณค่า ผู้เรียนที่มีความรู้สึกเชิงจำนวนดี จะเป็นผู้ที่สามารถตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบที่ได้จากการคำนวณและการแก้ปัญหาได้ดี

ตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ (mathematical model)

ตัวแบบเชิงคณิตศาสตร์ได้แก่  ตาราง  กราฟ  นิพจน์  สมการ  อสมการ  ฟังก์ชัน  หรืออื่น ๆ  ที่เหมาะสม  ซึ่งใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหาที่กำหนดให้

ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ (mathematical skill and process)

ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นความสามารถที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในที่นี้ เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา  ความสามารถในการให้เหตุผล  ความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และนำเสนอ   ความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้  และการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ผู้สอนต้องสอดแทรกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เข้ากับการเรียนการสอนด้านเนื้อหา ด้วยการให้นักเรียนทำกิจกรรม หรือตั้งคำถามที่กระตุ้นให้นักเรียนคิด อธิบาย และให้เหตุผล เช่นให้นักเรียนแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ที่เรียนมาแล้วหรือให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหา  ให้นักเรียนใช้ความรู้ทางพีชคณิตในการแก้ปัญหาหรืออธิบายเหตุผลทางเรขาคณิต ให้นักเรียนใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  หรือกระตุ้นให้นักเรียนใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายและแตกต่างจากคนอื่น รวมทั้งการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากคนอื่นด้วย

การประเมินผลด้านทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์สามารถประเมินได้จากกิจกรรมที่นักเรียนทำ  จากแบบฝึกหัด  จากการเขียนอนุทิน  หรือข้อสอบที่เป็นคำถามปลายเปิดที่ให้โอกาสนักเรียนแสดงความสามารถ

แบบจำลองทางเรขาคณิต (geometric model)

แบบจำลองทางเรขาคณิตได้แก่รูปเรขาคณิตซึ่งใช้ในการแสดง การอธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแก้ปัญหาที่กำหนดให้

แบบรูป (pattern)

แบบรูปเป็นความสัมพันธ์ที่แสดงลักษณะสำคัญร่วมกันของชุดของจำนวน  รูปเรขาคณิต  หรือ    อื่น ๆ   การให้ผู้เรียนได้ฝึกสังเกตและวิเคราะห์แบบรูปเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดกระบวนการสร้างองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์  กล่าวคือสังเกต  สำรวจ  คาดการณ์  และให้เหตุผลสนับสนุนหรือค้านการคาดการณ์

ตัวอย่างเช่น  ในระดับประถมศึกษา  เมื่อกำหนดชุดของรูปเรขาคณิต  ÑoÑoÑ  และถ้าความสัมพันธ์เป็นเช่นนี้เรื่อยไป  ผู้เรียนน่าจะคาดการณ์ได้ว่ารูปต่อไปในแบบรูปนี้ควรเป็น o ด้วยเหตุผลที่ว่ามีการเขียนรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมสลับกันครั้งละหนึ่งรูป

เช่นเดียวกันเมื่อมีแบบรูปชุดของจำนวน  ๑๐๑  ๑๐๐๑  ๑๐๐๐๑  ๑๐๐๐๐๑  และถ้าความสัมพันธ์เป็นเช่นนี้เรื่อยไป  ผู้เรียนน่าจะคาดการณ์ได้ว่าจำนวนถัดไปควรเป็น  ๑๐๐๐๐๐๑  ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเลขที่แสดงจำนวนถัดไปได้มาจากการเติม ๐ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัวในระหว่างเลขโดด ๑ ที่อยู่หัวท้าย

ในระดับชั้นที่สูงขึ้น แบบรูปที่กำหนดให้ผู้เรียนสังเกตและวิเคราะห์ควรเป็นแบบรูปที่สามารถนำไปสู่การเขียนรูปทั่วไปโดยใช้ตัวแปรในลักษณะเป็นฟังก์ชันหรือความสัมพันธ์อื่น ๆ เชิงคณิตศาสตร์  เช่น  เมื่อกำหนดแบบรูป  ๑  ๓  ๕  ๗  ๙  ๑๑  มาให้และถ้าความสัมพันธ์เป็นเช่นนี้เรื่อยไป  ผู้เรียนควรเขียนรูปทั่วไปของจำนวนในแบบรูปได้เป็น  ๒n – ๑  เมื่อ  n = ๑, ๒, ๓, …

รูปเรขาคณิต  (geometric figure)

รูปเรขาคณิตเป็นรูปที่ประกอบด้วย  จุด  เส้นตรง  เส้นโค้ง  ระนาบ  ฯลฯ  อย่างน้อยหนึ่งอย่าง

  • ตัวอย่างของรูปเรขาคณิตหนึ่งมิติได้แก่  เส้นตรง  ส่วนของเส้นตรง  และรังสี
  • ตัวอย่างของรูปเรขาคณิตสองมิติได้แก่  มุม  วงกลม  รูปสามเหลี่ยม  และรูปสี่เหลี่ยม
  • ตัวอย่างของรูปเรขาคณิตสามมิติได้แก่  ทรงกลม  ลูกบาศก์  ปริซึม  และพีระมิด

สันตรง (straightedge)

                สันตรงเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนเส้นในแนวตรง เช่น ใช้เขียนส่วนของเส้นตรง  และรังสี   ปกติบนสันตรงจะไม่มีมาตราวัด (measure) กำกับไว้  อย่างไรก็ตามในการเรียนการสอนอนุโลมให้ใช้ไม้บรรทัดแทนสันตรงได้โดยถือเสมือนว่าไม่มีมาตราวัด

เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ  (spatial  reasoning)

เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิในที่นี้เป็นการใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติต่าง ๆ ของรูปเรขาคณิตและความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต มาให้เหตุผลหรืออธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาทางเรขาคณิต

 

 

 

การวิเคราะห์เนื้อหาและคาบเวลา

กลุ่มคณิตศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ภาคเรียนที่  1

 

บทที่

แผนการเรียนรู้ที่

 

เรื่อง

จำนวนชม.

จำนวนครั้งที่สอน

1

1 – 14

จำนวนไม่เกิน 1000

14

14

2

15– 31

การบวกลบจำนวนซึ่งมีผลลัพธ์และ    ตัวตั้งไม่เกิน 100

17

17

3

32 – 39

การวัดความยาว

8

8

4

40 – 46

การบวกลบจำนวนซึ่งมีผลลัพธ์และ     ตัวตั้งไม่เกิน 1,000

7

7

5

47 – 53

การชั่ง

7

7

6

54 – 69

การคูณ

17

17

รวม

75

75

สาระเพิ่มเติม

25

25

บูรณาการหลักสูตรท้องถิ่น

25

25

รวมทั้งสิ้น

125

125

 

 

 

 

 

 

 

 

ตารางวิเคราะห์หลักสูตร

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

 

 

ที่

ผลการเรียนรู้

ที่คาดหวัง

สาระการเรียนรู้หลัก / รอง / ย่อย

กระบวนการเรียนรู้

1.

 

2.

 

3.

 

4.

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ

มีทักษะเบื้องต้นในคณิตศาสตร์พื้นฐาน

สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ใช้ในการเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐานต่อไป

  1. จำนวน

1.1           จำนวนนับ 1 ถึง 1,000และ 0

1.2           การบวกที่มีการทดไม่เกินหนึ่งหลัก

1.3           การลบที่มีการกระจายไม่เกินหนึ่งหลัก

1.4           การคูณระหว่างจำนวนที่มีหลักเดียวกับจำนวนที่มีสองหลัก

1.5           การหารซึ่งมีตัวหารเป็นจำนวนที่มีหลักเดียว

1.6           เศษส่วน , และ  

เฉพาะความหมายการเขียนและการอ่าน

  1. การวัด

2.1           การวัดความยาวโดยใช้หน่วยความยาวเป็น เซนติเมตร  เมตร

2.2           การชั่งโดยใช้หน่วยเป็นกรัม  กิโลกรัม

2.3           การตวงโดยใช้หน่วยเป็นลิตร

2.4           เวลา  การบอกเวลา  เป็นนาที   ชั่วโมง

  1. ศึกษาความหมาย
  2. ฝึกให้เกิดความคล่องในการคิดคำนวณ
  3. แก้โจทย์
  4. การเขียนแสดงความหมาย
  5. เขียนแสดงวิธีทำ

ที่

ผลการเรียนรู้

ที่คาดหวัง

สาระการเรียนรู้หลัก / รอง / ย่อย

กระบวนการ

เรียนรู้

1.

 

2.

 

3.

 

4.

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ

มีทักษะเบื้องต้นในคณิตศาสตร์พื้นฐาน

สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ใช้ในการเรียนคณิตศาสตร์พื้นฐานต่อไป

2.5           การบันทึกเวลาของเหตุการณ์  เป็น  วัน  สัปดาห์  เดือน  ปี

2.6           เงิน  ลักษณะและค่าของเงิน  เหรียญ  และธนบัตรไทย

  1. เรขาคณิต

3.1           การจำแนกรูปสามเหลี่ยม  รูปสี่เหลี่ยม  รูปวงกลม   รูปวงรี

3.2           รูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  รูปทรงกระบอก  และทรงกลม

 

  1. ศึกษาความหมาย
  2. ฝึกให้เกิดความคล่องในการคิดคำนวณ
  3. แก้โจทย์
  4. การเขียนแสดงความหมาย
  5. เขียนแสดงวิธีทำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดการเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์    ชั้นประถมศึกษาปีที่  2

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

1

  1. เมื่อกำหนดสิ่งของหรือภาพสิ่งของแทนจำนวนนับ  1 – 100ให้  สามารถอ่านและเขียนเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก  ตัวเลขไทย  และตัวหนังสือได้
  2. เมื่อกำหนดตัวเลขแบบหนึ่ง  หรือตัวหนังสือให้ สามารถเขียนเป็นตัวเลขอีกแบบหนึ่งได้
    1. จำนวนไม่เกิน 100
    2. การอ่านตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ
 

1

2

  1. เมื่อกำหนดตัวเลขฮินดูอารบิก  ตัวเลขไทยแทนจำนวนไม่เกิน  100 ให้สามารถเขียนเป็นตัวเลขอีกแบบหนึ่ง  และตัวหนังสือได้
  2. เมื่อกำหนดตัวหนังสือแทนจำนวนให้   สามารถเขียนเป็นตัวเลขฮินดูอารบิก  และตัวเลขไทยได้

1.  การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก  ตัวเลขไทย  และตัวหนังสือ

1

3

เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนไม่เกิน  100 ให้  สามารถบอกค่าของตัวเลขตามค่าประจำหลักในแต่ละหลัก  และเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้

ค่าประจำหลักและการกระจายตัวเลขตามค่าประจำหลัก

1

4

เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนไม่เกิน  100 ให้  สามารถบอกค่าของตัวเลขตามค่าประจำหลักในแต่ละหลักได้

 

ค่าของตัวเลขใน

แต่ละหลัก

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

5

  1. อธิบายความหมายของสัญลักษณ์  =,  ¹ ,  > ,   <  ได้
  2.  เปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่ไม่เกิน  100  โดยใช้สัญลักษณ์  =,  ¹ ,  > ,   <  ได้

การเปรียบเทียบจำนวน

1

6

  1. เมื่อกำหนดจำนวนนับไม่เกิน  100 ให้  สาม ถึง ห้าจำนวน  สามารถเรียงลำดับจำนวน  จากจำนวนที่มีค่าน้อยไปหาจำนวนที่มีค่ามากได้
  2. เมื่อกำหนดจำนวนนับไม่เกิน  100 ให้  สาม  ถึง  ห้า  จำนวน  สามารถเรียงลำดับจำนวน   จากจำนวนที่มีค่ามากไปหาจำนวนที่มีค่าน้อยได้

การเรียงลำดับจำนวน 1 – 100

1

7

  1. เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนนับไม่เกิน  100 ให้   สามารถนับเพิ่มทีละหนึ่งและทีละสิบได้
  2.  เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนนับไม่เกิน  100ให้สามารถนับลดทีละหนึ่ง  และทีละสิบได้

การนับเพิ่มและนับลดทีละหนึ่งและทีละสิบ

1

 

 

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

8

  1. อธิบายความหมายของการบวก  และใช้สัญลักษณ์  ( + )  ได้
  2. 2.           เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกจำนวนสองจำนวนที่ผลบวกไม่เกิน  100 ให้  สามารถหาผลบวกตามแนวตั้งได้

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100

1

9

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก  ของสองจำนวนที่ผลบวกไม่เกิน  100  และมีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบให้  สามารถหาผลบวกได้

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100

1

10

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกของสองจำนวน  ซึ่งผลบวก   ไม่เกิน  100  และมีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบ  สามารถหาผลบวกได้     

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100มีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบ

1

11

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกของสองจำนวนที่ผลบวก    ไม่เกิน 100  และมีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบให้  สามารถหาผลบวกได้

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100มีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบตามแนวตั้ง

1

12

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกของสองจำนวนที่มีผลบวก    ไม่เกิน 100 และมีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบสามารถหาผลบวกตามแนวนอนได้

การบวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 100มีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบตามแนวนอน

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

13

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทดซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100ให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาและเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาการบวก

1

14

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทดซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 100 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์  แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำและหาคำตอบจากโจทย์ปัญหาการบวก

1

15

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนสองจำนวน  ที่มีตัวตั้งไม่เกิน  100 ให้สามารถหาผลลบได้

การลบไม่มีการกระจาย

1

16

แสดงการหาผลลบของจำนวนสองจำนวนซึ่งตัวตั้งไม่เกิน  100  มีการกระจายได้

การลบจำนวนสองจำนวนซึ่งมีตัวตั้งไม่เกิน 100 และมีการกระจาย

1

17

แสดงการหาผลลบของจำนวนสองจำนวนซึ่งตัวตั้งไม่เกิน   100   มีการกระจายตามแนวตั้งได้

การลบจำนวนสองจำนวนที่มีการกระจายตามแนวตั้ง

1

18

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของสองจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  100  และมีการกระจายจาก หลัก สิบไปหลักหน่วยให้  สามารถหาคำตอบได้

การลบจำนวนสองจำนวนโดยวิธีลัด

1

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

19

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของสองจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  100  และมีการกระจายจาก หลักสิบไปหลักหน่วยให้  สามารถหาคำตอบได้

การลบจำนวนสองจำนวนที่ตัวตั้งไม่เกิน 100 ตามแนวนอน

1

20

สามารถบอกความสัมพันธ์ระหว่างการ21บวกกับการลบได้       

ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ

1

21

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจายซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน100 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาการลบและเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์

1

22

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจายซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน100 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการลบจำนวนสองจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน 100

1

23

           เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทดหรือโจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจายซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน100 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทด โจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจาย

1

24

เขียนประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบจากโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทดและการลบที่มีการกระจายซึ่งตัวตั้งไม่เกิน  100ได้

โจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทด โจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจาย

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

25

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือเส้นทางเชื่อมต่อกันระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่งให้สามารถวัดระยะทางหรือความยาวได้

การวัดความยาวโดยใช้เครื่องมือที่ไม่ใช้หน่วยมาตรฐาน

1

26

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือเส้นทางเชื่อมระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่งให้  สามารถวัดระยะทางหรือความยาวได้

หน่วยความยาวเป็นเซ็นติเมตร

1

27

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือเส้นทางเชื่อมระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่งให้  สามารถวัดระยะทางหรือความยาวได้

การวัดความยาวโดยใช้ไม้บรรทัด  สายวัด  ตลับเมตร

1

28

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือเส้นทางเชื่อมระหว่างตำแหน่งสองตำแหน่งให้  สามารถวัดระยะทางหรือความยาวได้

หน่วยความยาวเป็นเมตร

1

29

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือเส้นทาง ที่ใช้หน่วยการวัดหน่วยเดียวกันให้  สามารถเปรียบเทียบได้ว่าสิ่งของใดหรือระยะทางใดยาวกว่ากัน  สั้นกว่ากัน  หรือเท่ากัน  และบอก จำนวนหน่วยที่ที่แตกต่างกันได้

การเปรียบเทียบความยาวและความสูง

1

30

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือระยะทางสั้น ๆ ให้สามารถคะเนความยาวของสิ่งของหรือระยะทางเป็นเซนติเมตร  โดยใช้สายตาให้ใกล้เคียงกับความจริงได้

การคะเนความยาว

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

31

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือระยะทางสั้น ๆ ให้สามารถคะเนความยาวของสิ่งของหรือ32ระยะทางเป็นเซนติเมตร  โดยใช้สายตาให้ใกล้เคียงกับความจริงได้

การคะเนความยาวของระยะทาง

1

32

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวและระยะทางที่มีหน่วยเดียวกันให้สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหา  เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์    แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวและระยะทาง

1

33

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือภาพสิ่งของที่มีจำนวนไม่เกิน 1,000 ให้  สามารถนับเพิมที่ละร้อยได้

การนับเพิ่มทีละ 100

1

34

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือภาพสิ่งของที่มีจำนวนไม่เกิน 1,000 ให้  สามารถอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก  ตัวเลขไทย  และตัวหนังสือแทนจำนวนได้

การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือ

1

35

เมื่อกำหนดสิ่งของหรือภาพสิ่งของที่มีจำนวนไม่เกิน 1,000 ให้สามารถอ่าน

และเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก  ตัวเลขไทย  และตัวหนังสือแทนจำนวนได้

การเขียนตัวเลขและตัวหนังสือแทนจำนวน

1

 

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

36

เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนไม่เกิน  1,000 ให้สามารถบอกค่าของตัวเลข

ตามค่าประจำหลักในแต่ละหลัก  และเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้

การเขียนในรูปกระจายค่าของตัวเลขตามค่าประจำหลัก

1

37

เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนนับไม่เกิน  1,000 ให้สามารถบอกค่าของ

ตัวเลขตามค่าประจำหลักในแต่ละหลัก  และเขียนให้อยู่ในรูปกระจายได้

การเปรียบเทียบจำนวน

1

38

สามารถเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่ไม่เกิน  1,000  และใช้สัญลักษณ์

=  ,   ¹        ,>   ,   <   ได้

การเรียงลำดับจำนวน

1

39

เมื่อกำหนดตัวเลขแทนจำนวนนับไม่เกิน  1,000 ให้สามถึงห้าจำนวน  สามารถเรียงลำดับจำนวน  จากจำนวนที่มีค่าน้อยไปหาจำนวนที่มีค่ามาก  หรือจากจำนวนที่มีค่ามากไปหาจำนวนที่มีค่าน้อย

การบวกตามแนวตั้งไม่มีการทด

1

  1.     40.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกของจำนวนซึ่งผลบวกและ

ตัวตั้งไม่เกิน  1,000  ให้สามารถหาผลบวกได้

การบวกตามแนวตั้งไม่มีการทด

1

 

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     41.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกของจำนวนซึ่งผลบวกและ

ตัวตั้งไม่เกิน  1,000  ให้สามารถหาผลบวกได้

การบวกตามแนวตั้งมีการทด

1

  1.     42.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน1,000  และมีการทดเพียงหลักเดียว   คือ จากหลักหน่วยไปหลักสิบ  หรือจากหลักสิบไปหลักร้อยให้สามารถหาผลบวกได้

การบวกโดยวิธีลัด

1

  1.     43.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน1,000  และมีการทดเพียงหลักเดียว   คือ จากหลักหน่วยไปหลักสิบ  หรือจากหลักสิบไปหลักร้อยให้สามารถหาผลบวกตามแนวนอนได้ได้

การบวกตามแนวนอน

1

  1.     44.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทด  ซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน1,000  ให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการบวก

1

  1.     45.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการทด  ซึ่งผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน1,000  ให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการบวก

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     46.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์การลบ   ของจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  1,000ให้   สามารถหาผลลบได้

การลบตามแนวตั้งไม่มีการกระจาย

1

  1.     47.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  1,000  และมีการกระจายเพียง หลักเดียว  คือจากหลักสิบไปหลักหน่วย  หรือจากหลักร้อยไปหลักสิบให้สามารถหาผลลบได้

การลบตามแนวตั้งที่มีการกระจาย

1

  1.     48.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน  1,000  และมีการกระจายเพียง หลักเดียว  คือจากหลักสิบไปหลักหน่วย  หรือจากหลักร้อยไปหลักสิบให้สามารถหาผลลบได้

การลบโดยวิธีลัด

1

  1.     49.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่มีการกระจายเพียง หลักเดียว  ซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  1,000 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์  แสดงวิธีทำ  และหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการบวก

1

  1.     50.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการลบที่มีการกระจายเพียง หลักเดียว  ซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  1,000 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์  แสดงวิธีทำ  และหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหาการลบ

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     51.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการบวกที่มีการทดหรือการลบที่มีการกระจายเพียงหลักเดียว  ซึ่งมีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน  1,000 ให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ แสดงวิธีทำ  และหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ

1

  1.     52.                   
  2. ชั่งสิ่งของโดยใช้เครื่องมือแบบสองแขนได้
  3. บอกหน่วยกลางแทนน้ำหนักได้
 

ทบทวนการชั่งโดยใช้หน่วยกลาง

1

  1.     53.                   
  2. ชั่งสิ่งของโดยใช้เครื่องชั่งได้
  3.  อ่านน้ำหนักเป็นกิโลกรัม  และขีดได้
 

เครื่องชั่งมาตรฐานและหน่วยที่ใช้ในการชั่ง

1

  1.     54.                   
  2. ชั่งสิ่งของและอ่านน้ำหนักเป็น   กิโลกรัม  กรัม  และขีดได้
  3. เปรียบเทียบน้ำหนักของสิ่งของสองสิ่งเป็นกิโลกรัม  กรัม  และขีดได้
 

การชั่งและอ่านนำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด

1

  1.     55.                   
  2. 1.           ชั่งสิ่งของโดยใช้เครื่องชั่งสปริงได้
  3. 2.            อ่านน้ำหนักเป็นกิโลกรัม   กรัม  และขีดได้
 

การชั่งและการอ่านน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและขีด

1

  1.     56.                   

เปรียบเทียบน้ำหนักระหว่างหน่วยที่เป็นกิโลกรัมและขีดได้

การเปรียบเทียบ       น้ำหนัก

1

  1.     57.                   

สามารถคะเนน้ำหนักใกล้เคียงกับน้ำหนักจริงได้

การคะเนน้ำหนัก

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     58.                   
  2. อ่านโจทย์ปัญหาได้
  3. วิเคราะห์โจทย์ปัญหาได้
  4. เขียนประโยคสัญลักษณ์ได้
 

โจทย์ปัญหาการชั่ง

1

  1.     59.                   

เมื่อกำหนดจำนวนที่นับเพิ่มแต่ละครั้ง  และจำนวนครั้งที่นับเพิ่มให้  สามารถบอกจำนวนที่นับได้

การนับเพิ่มและการบวก

1

  1.     60.                   

เมื่อกำหนดจำนวนที่นับเพิ่มแต่ละครั้ง  และจำนวนครั้งที่นับเพิ่มให้  สามารถบอกจำนวนที่นับได้ และเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกได้

การนับเพิ่มทีละสอง  ทีละห้า  ทีละสิบ และการบวก

1

  1.     61.                   

เมื่อกำหนดจำนวนที่นับเพิ่มแต่ละครั้ง  และจำนวนครั้งที่นับเพิ่มให้  สามารถบอกจำนวนที่นับได้ และเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกได้

การนับเพิ่มทีละสาม  สี่  หก  เจ็ด  แปด  เก้า  และการบวก

1

  1.     62.                   

เมื่อกำหนดการบวกจำนวนที่เท่าๆ กันหลาย ๆจำนวนให้  สามารถเขียนในรูปการคูณจำนวนสองจำนวนได้

การบวกและการคูณ

1

  1.     63.                   

เมื่อกำหนดจำนวนสองจำนวนคูณกันให้   สามารถเขียนให้อยู่ในรูปของ  การบวกจำนวนที่เท่ากัน  และหาคำตอบได้

การบวกและการคูณ

1

  1.     64.                   

เมื่อกำหนดจำนวนสองจำนวนคูณกันให้สามารถเขียนในรูปของการบวกจำนวนที่เท่ากันและหาคำตอบได้

การบวกและการคูณ

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     65.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย  2 )

1

  1.     66.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย  3 )

1

  1.     67.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย  4 )

1

  1.     68.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย  5 )

1

  1.     69.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย  6 )

1

  1.     70.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย7,8)

1

  1.     71.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มี หลักเดียว(คูณด้วย 9, 1, 0 )

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     72.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้สามารถหาผลคูณได้

การสลับที่การคูณ

1

  1.     73.                   

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์ แสดงการคูณที่มีจำนวนหนึ่งหายไปให้  สามารถใช้คุณสมบัติการสลับที่การคูณหาจำนวนที่หายไปได้

โจทย์ปัญหาการคูณ

1

  1.     74.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้

สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการคูณ

1

  1.     75.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้

สามารถเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวน

1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     76.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวสองจำนวนให้

สามารถเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณและหาคำตอบได้

การนับลดและการหาร

1

  1.     77.                   

เมื่อกำหนดสิ่งของจำนวนหนึ่ง  และบอกจำนวนสิ่งของที่เท่ากันในแต่ละกลุ่มที่แบ่งให้  สามารถหาจำนวนกลุ่มได้

การนับลดและการหาร

1

  1.     78.                   

เมื่อกำหนดสิ่งของจำนวนหนึ่ง  และบอกจำนวนสิ่งของที่เท่ากันในแต่ละกลุ่มที่แบ่งให้  สามารถหาจำนวนกลุ่มได้

การนับลดและการลบ

1

  1.     79.                   

เมื่อกำหนดสิ่งของจำนวนหนึ่ง  และบอกจำนวนทีจะนับลดทีละเท่า ๆ กันให้สามารถหาจำนวนกลุ่มได้

การนับลดและการหาร

1

  1.     80.                   

เมื่อกำหนดสิ่งของจำนวนหนึ่ง  และบอกจำนวนสิ่งของที่เท่ากันในแต่ละกลุ่มที่แบ่งให้   สามารถหาจำนวนกลุ่มได้

การหาร

1

  1.     81.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการหารให้  สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารได้

การเขียนประโยคสัญลักษณ์การหาร

1

 

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     82.                   

เมื่อกำหนดตัวตั้งที่ไม่เกินสองหลักและตัวหารที่มีหลักเดียว  ซึ่งมีผลการหลักเดียว  และหารลงตัวให้  สามารถหาผลหาร  โดยใช้ความสัมพันธ์กับการคูณได้

ความสัมพันธ์การคูณกับการหาร

1

  1.     83.                   

สามารถใช้ความสัมพันธ์ของการคูณและการหารตรวจคำตอบการหาผลหารได้

การหาผลหารและตรวจคำตอบ

1

  1.     84.                   

เมื่อกำหนดตัวตั้งที่ไม่เกินสองหลักและ  ตัวหารที่มีหลักเดียว  ซึ่งผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวและหารไม่ลงตัวให้  สามารถหาผลหารและเศษได้

การหารที่เหลือเศษ

1

  1.     85.                   

เมื่อกำหนดตัวตั้งที่ไม่เกินสองหลักและตัวหารที่มีหลักเดียว  ซึ่งผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวและหารไม่ลงตัวให้  สามารถหาผลหารและเศษได้

การหารที่เหลือเศษ

1

  1.     86.                   

เมื่อกำหนดตัวตั้งที่ไม่เกินสองหลักและ     ตัวหารที่มีหลักเดียว  ซึ่งผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวและหารไม่ลงตัวให้  สามารถหาผลหารและเศษได้

การตรวจคำตอบการหารที่เหลือเศษ

1

  1.     87.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการหารที่ตัวหารและผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวให้  สามารถหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการหาร

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     88.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการหาร ที่ตัวหารและผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวให้  สามารถหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการหาร

1

  1.     89.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณและการหาร ที่ตัวคูณ  ตัวหาร เป็นเลขหลักเดียว  ผลหารเป็นตัวเลขหลักเดียวให้  สามารถหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการคูณและการหาร

1

  1.     90.                   
  2. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลากับดวงอาทิตย์ได้
  3. สามารถบอกช่วงเวลาในการทำ       กิจกรรมนั้น ๆ ได้
  4. สามารถบอกกิจวัตรประจำวัน              ที่ปฏิบัติได้
 

เวลา

1

  1.     91.                   

เมื่อกำหนดหน้าปัดนาฬิกาที่บอกเวลาเป็นชั่วโมงตรงให้  สามารถอ่านเวลาโดยใช้ภาษาพูดได้

การอ่านเวลาเป็น     ชั่วโมงตรงโดยใช้ ภาษาพูด

1

  1.     92.                   

เมื่อกำหนดหน้าปัดนาฬิกาที่บอกเวลาเป็นชั่วโมงตรงให้  สามารถอ่านเวลาโดยใช้ภาษาเขียนได้

การอ่านเวลาเป็น        ชั่วโมงตรงโดยใช้ ภาษาพูด

1

  1.     93.                   

เมื่อกำหนดหน้าปัดนาฬิกาที่บอกเวลาเป็นชั่วโมงตรงและนาที (เวลา 5 นาที 10  นาที )  ให้สามารถอ่านเวลาเป็นภาษาพูดและภาษาเขียนได้

ชั่วโมงกับนาที

3

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     94.                   

สามารถบันทึกเวลาจากหน้าปัดนาฬิกา  วัน  เดือน ปี  จากปฏิทินที่เกี่ยวกับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ได้

การบันทึกเวลา

2

  1.     95.                   
  2. สามารถบอกชื่อวันและจำนวนวันใน  1  สัปดาห์ได้
  3. สามารถเรียงลำดับชื่อวันใน  1  สัปดาห์ได้
  4. เมื่อกำหนดชื่อวันหรืออันดับที่ของวันในสัปดาห์ให้สามารถบอกอันดับที่ของวัน  หรือชื่อวัน  และสีประจำวันได้
 

การบันทึกเวลา

1

  1.     96.                   

สามารถบอกจำนวนวันในแต่ละเดือน  จำนวนเดือนในแต่ละปี  ชื่อเดือนในหนึ่งปี  และเรียงลำดับชื่อเดือนได้

การบันทึกเวลา

1

  1.     97.                   
  2. เมื่อกำหนดปฏิทินให้  สามารถหาชื่อวัน  วันที่  ชื่อเดือน  วันพระ  วันสำคัญ  และชื่อปีได้
  3. เมื่อกำหนดวันที่ของแต่ละเดือนในปฏิทินให้  สามารถบอกได้ว่า  วันที่
  4. นั้นตรงกับวันอะไรเมื่อกำหนดปฏิทิน  และวันสำคัญต่าง ๆให้  สามารถบอกได้ว่าตรงกับวันอะไร  และวันที่เท่าไร
 

การบันทึกเวลา                ( ปฏิทิน )

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1.     98.                   

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาให้  สามารถวิเคราะห์โจทย์และเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ได้

การวิเคราะห์โจทย์ปัญหา

1

  1.     99.                   
  2. สามารถเรียกชื่อและบอกลักษณะของเงินเหรียญที่มีค่าต่างๆได้ถูกต้อง
  3. เมื่อกำหนดเงินเหรียญที่มีค่าต่าง ๆให้  สามารถจำแนกได้ว่าเหรียญใดเป็นเหรียญยี่สิบห้าสตางค์  เหรียญห้าสิบสตางค์  เหรียญบาท  เหรียญห้าบาท  เหรียญสิบบาท
 

ชื่อและลักษณะของเงินเหรียญตามค่า     ต่าง ๆ

1

  1. 100.               

1. เมื่อกำหนดเงินเหรียญชนิดต่าง ๆให้ สามารถเปรียบเทียบว่าเหรียญใดมี

ค่ามากกว่า  น้อยกว่า  หรือเท่ากัน  และสามารถแลกเปลี่ยนเงินเหรียญชนิดต่าง ๆ โดยเทียบค่ากันได้

2. เมื่อกำหนดเงินเหรียญจำนวนหนึ่งให้ สามารถบอกค่าของเงินทั้งหมดได้

การเปรียบเทียบค่าเงินเหรียญ

1

  1. 101.               

เมื่อกำหนดธนบัตรชนิดต่าง ๆให้ สามารถจำแนกได้ว่า  ธนบัตรใดเป็นธนบัตรใบละสิบบาท  ยี่สิบบาท  ห้าสิบบาท  หนึ่งร้อยบาท  ห้าร้อยบาท และหนึ่งพันบาทได้

ชื่อและลักษณะของธนบัตร

1

 

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 102.               

เมื่อกำหนดธนบัตรชนิดต่าง ๆให้ สามารถเปรียบเทียบค่าและแลกเปลี่ยน  โดยเปรียบเทียบค่าเท่ากันได้

การแลกธนบัตร

1

  1. 103.               

เมื่อกำหนดธนบัตรหรือเงินเหรียญให้จำนวนหนึ่ง    สามารถบอกค่าของเงินทั้งหมดได้

การบอกจำนวนเงินได้

1

  1. 104.               

เมื่อกำหนดจำนวนเงินให้   สามารถเขียนจำนวนเงินโดยใช้จุดได้

การเขียนจำนวนเงินโดยใช้จุด

1

  1. 105.               

เมื่อเขียนจำนวนเงินโดยใช้จุดให้สามารถบอกจำนวนเงินเป็นบาทสตางค์และเขียนคำอ่านได้

การอ่านจำนวนเงิน

1

  1. 106.               

เมื่อกำหนดราคาสิ่งของให้สามารถบอกได้ว่าจะต้องให้ธนบัตรหรือเงินเหรียญใด  จำนวนเท่าไรจึงจะพอดีกับราคาสิ่งของ

การให้เงินพอดีกับราคาของ

1

  1. 107.               

เมื่อกำหนดราคาสิ่งของและจำนวนเงินที่เกินกว่าราคาของสิ่งของให้แก่ผู้ขาย  สามารถบอกได้ว่าจะได้รับเงินทอนเท่าไร

เงินทอน

1

  1. 108.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวกที่ไม่มีการทดจากสตางค์ไปบาท  หรือโจทย์ปัญหาการลบที่ไม่มีการกระจายจากบาทไป สตางค์  สามารถแสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาเรื่องเงิน

1

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 109.               

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณจำนวนที่มีหลักเดียวกับจำนวนที่เป็นพหุคูณของ  10  ให้  สามารถหาผลคูณได้

การคูณจำนวนที่มีหลักเดียวกับ 10,  20, 30, …, 90

2

  1. 110.               

เมื่อกำหนดโจทย์เกี่ยวกับการคูณ  ซึ่งตัวคูณเป็นเลขจำนวนที่มีหลักเดียว  และตัวตั้งเป็นเลขที่มีสองหลักให้  สามารถหาคำตอบได้

การคูณจำนวนที่มีกลัดเดียวกับจำนวนที่มีสองหลัก  โดยมีการทดจากหลักหน่วยไปหลักสิบ

1

  1. 111.               

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาร  ซึ่งตัวหารและผลหารเป็นจำนวนที่มีหลักเดียวให้  สามารถหาคำตอบและตรวจคำตอบได้

ความสัมพันธ์ระหว่างการคูณกับการหาร

1

  1. 112.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณและการหารให้  สามารถแสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

ความสัมพันธ์ของการคูณ การหารและการตรวจคำตอบ

1

  1. 113.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณและการหารให้  สามารถแสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการคูณ

2

  1. 114.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการคูณและ        การหารให้  สามารถแสดงวิธีทำและหา คำตอบได้

โจทย์ปัญหาการคูณ และการหาร

2

  1. 115.               

สามารถตวงสิ่งของให้ได้ปริมาณเป็นลิตรตามที่กำหนดให้ เช่น1 ลิตร 2 ลิตร

เครื่องตวงและหน่วยที่ใช้ในการตวง

1

 

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 116.               

เมื่อกำหนดปริมาณของสิ่งของให้สองจำนวนสามารถเปรียบเทียบได้ว่าของใดมีปริมาณมากกว่า  น้อยกว่า  หรือเท่ากัน  โดยไม่ใช้หน่วยตวง

การเปรียบเทียบปริมาณของสิ่งของ

1

  1. 117.               

เมื่อกำหนดภาชนะให้สองขนาด  สามารถเปรียบเทียบได้ว่าภาชนะใดมีความจุมากกว่า  น้อยกว่า  หรือเท่ากัน  โดยเปรียบเทียบจำนวนหน่วยที่ใช้ตวงในหน่วยเดียวกัน

การหาความจุของภาชนะ

1

  1. 118.               

เมื่อกำหนดภาชนะให้สองขนาด  สามารถเปรียบเทียบได้ว่าภาชนะใดมีความจุมากกว่า  น้อยกว่า  หรือเท่ากัน  โดยเปรียบเทียบจำนวนหน่วยที่ใช้ตวงในหน่วยเดียวกัน

การหาความจุของภาชนะ

1

  1. 119.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการตวงที่มีหน่วยเดียวกันให้  สามารถแสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาการตวง

1

  1. 120.               

เมื่อกำหนดรูปให้สามารถบอกได้ว่า  รูปใดเป็นรูปเปิด  รูปใดเป็นรูปปิด

รูปปิด  รูปเปิด

1

  1. 121.               

เมื่อกำหนดรูปเรขาคณิตให้สามารถบอกได้ว่า  รูปใดเป็นรูปสามเหลี่ยม  รูปใดเป็นรูปสี่เหลี่ยม  รูปใดเป็นรูปวงกลม  รูปใดเป็นรูปวงรี

รูปเรขาคณิต

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 122.               

เมื่อกำหนดรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมให้สามารถบอกจำนวนด้านและมุมได้

รูปสามเหลี่ยม และรูปสี่เหลี่ยม

1

  1. 123.               

เมื่อกำหนดแบบรูปสามเหลี่ยม   แบบรูปสี่เหลี่ยม  แบบรูปวงกลม  และแบบรูปวงรีให้สามารถเขียนรูปเรขาคณิต  โดยใช้รูปแบบได้

การเขียนรูปเรขาคณิตโดยใช้รูปแบบ

1

  1. 124.               

เมื่อกำหนดรูปทรงเรขาคณิตให้สามารถบอกได้ว่าเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม    รูปทรงสี่เหลี่ยม  รูปทรงกระบอก  และรูปทรงกลมได้

รูปทรงเรขาคณิต

1

  1. 125.               

สามารถจำแนกระหว่างรูปสี่เหลี่ยม  กับทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก  รูปวงกลม

และรูปทรงกลมได้

รูปและรูปทรงเรขาคณิต

1

  1. 126.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งสิ่ง  หรือภาพที่แบ่งเป็น  2  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  2  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งสิ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

  1. 127.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งสิ่ง  หรือภาพที่แบ่งเป็น  3  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  3  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งสิ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

 

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 128.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งสิ่ง  หรือภาพที่แบ่งเป็น  4  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  4  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งสิ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

  1. 129.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งกลุ่ม  หรือภาพที่แบ่งเป็น  2  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  2  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งกลุ่มออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

  1. 130.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งกลุ่ม  หรือภาพที่แบ่งเป็น  3  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  3  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งกลุ่มออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

  1. 131.               

เมื่อกำหนดสิ่งของหนึ่งกลุ่ม  หรือภาพที่แบ่งเป็น  4  ส่วนเท่า ๆ กัน  สามารถบอกได้ว่าของสิ่งใดหรือภาพใดที่แบ่งออกเป็น  4  ส่วนเท่า ๆ กันได้

เศษส่วน (การแบ่งของหนึ่งกลุ่มออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน

1

  1. 132.               

เมื่อกำหนดสิ่งของ  หรือภาพที่แบ่งเป็น  2  ส่วนเท่า ๆ กัน  พร้อมกับแรเงาส่วนแบ่งให้สามารถเขียน   

ความหมายของ 

1

  1. 133.               

เมื่อกำหนดสิ่งของ  หรือภาพที่แบ่งเป็น  3  ส่วนเท่า ๆ กัน  พร้อมกับแรเงาส่วนแบ่งให้สามารถเขียน   

ความหมายของ

1

แผนฯที่

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

 

สาระการเรียนรู้

เวลาเรียนชม.

  1. 134.               

เมื่อกำหนดสิ่งของ  หรือภาพที่แบ่งเป็น  4  ส่วนเท่า ๆ กัน  พร้อมกับแรเงาส่วนแบ่งให้สามารถเขียน      

ความหมายของ 

1

  1. 135.               

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์การบวกและการลบให้  สามารถหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาระคน

2

  1. 136.               

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์การบวก  ลบ  คูณ  หารให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

ทบทวนโจทย์ปัญหา

2

  1. 137.               

เมื่อกำหนดประโยคสัญลักษณ์การบวก  ลบ  คูณ  หารระคนให้สามารถหาคำตอบได้

การบวก ลบ คูณ หาร  ระคน

1

  1. 138.               

 เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวก  ลบ  คูณ  หารระคนให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบได้

โจทย์ปัญหาระคน

1

  1. 139.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวก  ลบ  คูณ  หารระคนให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์    แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน

1

  1. 140.               

เมื่อกำหนดโจทย์ปัญหาการบวก  ลบ  คูณ  หารระคน ให้สามารถเขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์    แสดงวิธีทำและหาคำตอบได้

การแสดงวิธีทำโจทย์ปัญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน

1

สินค้ามาใหม่ล่าสุด
--- ยังไม่มีรายการสินค้าในกลุ่มสินค้านี้ค่ะ ---
Advertising Zone    Close

Online: 6 Visits: 31,980 Today: 6 PageView/Month: 139

ด้วยความปราถนาดีจาก "สยามทูเว็บดอทคอม" และเพื่อป้องกันการเปิดเว็บไซต์เพื่อหลอกลวงขายของ โปรดตรวจสอบร้านค้าให้แน่ใจก่อนตัดสินใจซื้อของทุกครั้งนะคะ    อ่านเพิ่มเติม ...